Mainboard Gigabyte P55A-UD4P
Mainboard Gigabyte P55A-UD4P
พีรพนธ์ อนุสารสุนทร
เมนบอร์ด P55 กับซีพียู i5 เป็นซีพียูซ็อคเก็ต 156 เป็นตัวที่ผมไม่ได้ใช้เอง เพราะมีเมนบอร์ด X58 คู่กับ core i7 อยู่แล้ว ทำให้ผ่านเจ้าตัวนี้ไป แต่ได้ประกอบให้คนอื่น โดยที่เมนบอร์ดและซีพียู core i5 ที่มุ่งตลาดผู้ใช้ระดับรองจาก core i7 ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้แรมสามแถว หรือซีพียูราคาเกินหมื่น กล่าวไปแล้ว core i5 ที่ออกมา ทำให้ซ็อคเก็ต 775 ตายจากไปอย่างสมบูรณ์ สำหรับผู้ใช้ที่จะซื้อเมนบอร์ด P55 กับ core i5 สามารถเลือกเมนบอร์ดได้หลากหลายรุ่น เกินสิบรุ่นก็ว่าได้ ซึ่งล้วนมาจากซิปเซ็ต P55 ทั้งสิ้น ซึ่งต่างจากเมนบอร์ด i7 โดยสิ้นเชิง เพราะมีอยู่ให้เลือกเพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้น เหตุผลที่ P55 มีเมนบอร์ดให้เลือกหลายรุ่นคือ USB 3.0 และ SATA 3.0 ซึ่งคาดว่าจะออกมาพร้อมกับเมนบอร์ด P55 แต่รุ่นแรกที่ออกมาไม่ได้มีอุปกรณ์ทั้งสอง ทำให้เมื่อ P55 ออกมาไม่นาน จึงมีรุ่นที่สองตามออกมาซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์ทั้งสองอย่างนี้ USB 3.0 และ SATA 3.0 มุ่งให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมในการใช้เทคโนโลยีล่าสุด เมื่อกล่าวถึง USB3.0 แล้วยังเป็นมาตรฐานที่ไม่แพร่หลาย และมีอุปกรณ์ที่เป็น USB 3.0 ค่อนข้างน้อย ต่างจากเมื่อ USB 1.0 เปลี่ยนเป็น USB 2.0 ผู้ใช้ USB3.0 จะเห็นความแตกต่างเมื่อมีการถ่ายโอนข้อมูลที่ทำได้อย่างรวดเร็ว อุปกรณ์ที่จะได้เปรียบในการเปลี่ยนมาใช้ USB3.0 คือฮาร์ดดิสก์และแฟลชไดรว์ ก็คงอีกไม่นานนักที่เราจะเห็นแฟลชไดรว์และฮาร์ดดิสก์ที่มีสายต่อเป็น USB3.0 ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ อย่างเม้าส์ คีย์บอร์ด พัดลม หรืออุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ การเพิ่มการติดต่อด้วยความเร็วสูงขึ้นอาจไม่มีผลเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าจะไม่มีการนำ USB3.0 เข้ามารวมในชิปเซ็ต พวกเมนบอร์ด P55 รุ่นใหม่ก็ได้เพิ่มชิป USB3.0 เข้าไปในเมนบอร์ด โดยในตัวชิปนั้นได้ผลิตจาก NEC ซึ่งเหมือนครั้งที่ USB2.0 ออกมาใหม่ก็เป็นชิปของ NEC วางอยู่บนเมนบอร์ดเช่นเดียวกัน ชิป SATA3.0 จากค่าย MARWELL ก็รวมอยู่ในเมนบอร์ดเช่นเดียวกันเพื่อให้ SATA ที่ต่อกับชิปนั้นสามารถเชื่อมต่อได้เร็วขึ้น พูดได้เลยว่าเมนบอร์ดรุ่น P55 ที่มี USB3.0 และ SATA3.0 เหมือนเป็นสะพานระหว่างเมนบอร์ดรุ่นนี้กับรุ่นต่อไป เพราะทั้ง SATA3.0 และ USB3.0 จะมีมาพร้อมกับชิปเซ็ต ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องใส่ชิปเซ็ตเพิ่มเข้าไป แต่ในเวลานี้ถ้าจะซื้อเมนบอร์ด ก็น่าจะเลือกซื้อรุ่นที่รองรับสิ่งที่กำลังจะแพร่หลายในอนาคตจะดีกว่า

รูปที่ 1 เมนบอร์ดใหม่จาก Gigabyte P55A-UD4P
เมนบอร์ดที่เราจะพูดถึงในวันนี้ เป็น P55A-UD4P เป็นเมนบอร์ดที่พัฒนามาจากรุ่นก่อนคือ P55-UD4P ซึ่งความหมายของ A อาจจะหมายถึง Add on ก็เป็นไปได้ ถ้าดูโดยผิวเผิน อาจจะแทบมองไม่ออกเลยว่าสองรุ่นนี้ต่างกันอย่างไร นอกจากที่สีของ USB3.0 ที่เป็นสีน้ำเงิน ซึ่งมีจำนวนสองพอร์ตด้านหลัง นอกจากนี้แล้วตัวเมนบอร์ดเองไม่ได้ดูต่างอะไรกับรุ่นก่อนหน้านี้ หน้ากล่องของเมนบอร์ดจะมีเลข 3 อยู่ 3 ตัว ซึ่งไม่ได้หมายถึงความเร็ว หรือ FSB (Font Side Bus) แต่หมายถึง 3 อย่าง คือ SATA3.0 อย่างที่สองคือ USB3.0 และสุดท้ายคือ ไฟที่จ่ายให้ USB เป็น 3 เท่า ตัวผมเองก็ไม่มีโอกาสได้ทดสอบ เพราะอุปกรณ์ที่จะใช้กระแสมากและเป็น USB3.0 คงเป็นฮาร์ดดิสก์ที่ยังไม่มีขายในเมืองไทย ตัวผมเองก็ยังมองไม่เห็นว่าทำไมฮาร์ดดิสก์ภายนอกถึงต้องใช้ฮาร์ดดิสก์มากถึงสามเท่า นอกจากว่าเราจะใช้ไฟจาก USB3.0 มาจ่ายให้ฮาร์ดดิสก์ขนาด 3.5นิ้ว ภายนอก โดยไม่ต้องเสียบอแดปเตอร์ภายนอก แต่นั่นเป็นสิ่งที่เราต้องรอดูต่อไปว่าในอนาคตเราจะได้ใช้ฟังก์ชั่นนี้อย่างไร USB2.0 จ่ายไฟได้มากสุดประมาณ 0.5 แอมป์ ดังนั้น USB3.0 ซึ่งจ่ายได้มากกว่า 3 เท่าก็น่าจะอยู่ที่ 1.5 แอมป์ ประมาณ 7.5 วัตต์ ซึ่งพอจ่ายให้ฮาร์ดดิสก์ขนาด 3.5นิ้วได้ แต่จากมาตรฐานที่กำหนดไว้จะจ่ายไฟได้มากที่สุดที่ 0.9 แอมป์ เราอาจจะเห็นสาย USB3.0 ที่ใช้สำหรับฮาร์ดดิสก์ที่มีขนาดใหญ่กว่าแบบ USB2.0 เดิม เพราะกระแสที่จ่ายมากขึ้น นอกจากจุดเด่นที่เป็นเลข 3 ถึง 3 ตัวแล้ว ตัวเมนบอร์ดเองก็ยังรักษามาตรฐานเดิม ที่มีฟีทเจอร์หลักคือ Ultra Durable 3 หมายความว่าตัวเมนบอร์ดใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพ เช่น ตัวคาปาซิเตอร์ที่ผลิตจากญี่ปุ่น มอสเฟตแบบประหยัดพลังงาน รวมถึงโช้คและจำนวนทองแดงที่มีมากถึง 2 ออนซ์ต่อเมนบอร์ด

รูปที่ 2 งานนี้พระเอกคือเลข 3 อย่างแน่นอน

รูปที่ 3 สีของเมนบอร์ดออกโทนฟ้าขาวเย็นตาดีครับ
เมื่อดูจากเมนบอร์ดจะเห็นได้แต่ไกลว่าเป็นของ Gigabyte เพราะระยะหลังจะใช้สีน้ำเงิน ฟ้า ขาว เป็นหลัก คนออกแบบไม่ทราบว่าเชียร์อาเจนติน่าหรือเปล่า ผมไม่มีข้อตำหนิของสีเมนบอร์ด ถ้าจะให้เลือกธีมสีรุ่นใหม่กับเก่า ผมก็คงเลือกโทนสีใหม่นี้มากกว่า ส่วนการวางอุปกรณ์บนเมนบอร์ดนั้น ก็วางได้ดีโดยไม่มีอุปกรณ์กีดขวางการระบายความร้อน ผมชอบการวางไฟเลี้ยง 12v สำหรับซีพียูที่วางในแนวตั้งฉากกับหลังเคส ทำให้เสียบไฟเข้าและออกได้ง่ายขึ้น ซึ่งเมนบอร์ดคู่แข่งจะวางในแนวนอนขนาดกับหลังเคส ซึ่งเวลาเสียบสายไฟจะทำได้ลำบากสำหรับคนมือใหญ่

รูปที่ 4 การวางไฟเลี้ยง 12 v แบบตั้งฉากกับหลังเคส

รูปที่ 5 ตำแหน่งของ Front Audio
การวางอุปกรณ์บางอย่างที่ผมไม่ค่อยชอบคือตำแหน่งของ Front Audio ที่อยู่ใกล้กับแผง output ของเมนบอร์ด ตรงกลางบอร์ด ทำให้สายเมื่อนำมาเสียบจะต้องข้ามการ์ดจอไป

รูปที่ 6 การวางพอร์ต SATA
อีกข้อหนึ่ง ที่ผมทำไม่สะดวก คือการเสียบสาย SATA ด้านข้างซึ่งจุดประสงค์ของผู้ออกแบบคือการทำให้สาย SATA ไม่กีดขวางการ์ดจอยาวๆ แต่ทำให้เสียบยาก เวลาดึงเข้าแล้วเสียบใหม่จะมองไม่เห็นว่าใส่ถูกทางหรือเปล่า บางครั้งถ้าเสียบสายแรงไปก็อาจจะทำให้หักได้ และยิ่งใส่ยากขึ้นในเคสที่ค่อนข้างแน่น ซึ่งในรุ่นของเมนบอร์ดคู่แข่งจะมีบางพอร์ตวางตั้ง ทำให้ง่ายต่อการใส่
เมนบอร์ดนั้นใช้ไฟเลี้ยง 12 เฟส ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานปกติ และการทำโอเวอร์คล็อค โดนเมนบอร์ดรุ่น low end นั้นมีไฟเพียงแค่สามเฟส แต่นั่นไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาในการใช้งานทั่วไปโดยไม่โอเวอร์คล็อค สังเกตง่ายๆ ว่าถ้ามีหลายเฟส ขนาดของโช้คจะมีขนาดเล็กลง ในตัวเมนบอร์ดมีสล็อตใส่แรมสี่แถว ซึ่งต่างจากรุ่นพี่ UD6 ซึ่งมีแรมมากถึง 6 แถว แต่สำหรับชิปเซ็ต P55 แล้วเป็นชิปเซ็ต Dual Chanel และไม่มีความจำเป็นต้องใช้แรมมากถึงสามช่องทาง บนเมนบอร์ดเองมีหัว USB แบบสองหัวบนเมนบอร์ดด้านล่าง และมีหัวต่อแบบ IDE หนึ่งหัว ซึ่งคิดว่าคงไม่ได้ใช้ หรืออาจจะได้ใช้ถ้ามีฮาร์ดดิสก์เก่าๆ ที่ต้องการดึงข้อมูลออกมา จำนวนพอร์ต SATA มี 8 พอร์ตวางในแนวนอนทั้งหมด ตัวพอร์ตที่เป็น SATA3.0 นั้น มีเพียงสองพอร์ตที่เป็นสีขาว ขณะนี้มีฮาร์ดดิสก์เพียงรุ่นเดียวที่เป็น SATA3.0 ของ Seagate ราคาแพงมากเกินหมื่น แต่ในอนาคตฮาร์ดดิสก์ที่ออกมาใหม่น่าจะเป็น SATA3.0 หมด แผงหลังของบอร์ดนั้น แทบจะไม่มีที่ว่าง เต็มไปด้วยพอร์ต USB ถึง 10 ช่อง นอกจากนั้นแล้วยังมี eSATA สองช่อง firewire สองพอร์ตแบบ 4p และ 6p พอร์ตแลนสองพอร์ต สำหรับพอร์ตที่เป็น USB3.0 จะเป็นสีน้ำเงิน มี Optical out และ Digital out สำหรับเสียง และพอร์ต PS2 สำหรับคีย์บอร์ดและเม้าส์รวมในอันเดียวกัน

รูปที่ 7 พอร์ตสำหรับเสียบด้านหลัง
อุปกรณ์ที่มาในกล่องประกอบด้วย สาย SATA จำนวนสองเส้น สาย SLI หนึ่งเส้นสำหรับทำ crossfire สายแพร์ IDE จำนวนหนึ่งเส้น แผ่นปิดด้านหลัง คู่มือ และแผ่นซีดี สำหรับการปรับค่าในหน้าจอไบออสนั้น ตัวผมเองมีความรู้สึกว่าเมนบอร์ด Gigabyte มีค่าให้ปรับค่อนข้างเยอะกว่ายี่ห้ออื่น โดยผู้ใช้นั้นอาจจะต้องศึกษาข้อมูลในการตั้งค่าแต่ละค่าเป็นอย่างดี ตัวผมเองไม่ค่อยชอบอยู่อย่างหนึ่งคือเมื่อตอนปรับค่าโหมดของ SATA เป็น AHCI ตัวไบออสจะโพสต์หน้าจอเพื่อ detect ฮาร์ดดิสก์ก่อนเข้าวินด์โดว์ทำให้รู้สึกว่าบู้ทช้ากว่าเดิมเล็กน้อย สำหรับผู้ใช้ทั่วไปแล้วการปรับค่าในไบออส สำหรับเมนบอร์ดตัวนี้จะดูค่อนข้างยาก และตัวผมเองก็ไม่แนะนำให้เปลี่ยนค่าอะไรมาก ผมว่าสิ่งที่น่าจะพัฒนาสำหรับ Gigabyte ก็คือหน้าจอแรกของไบออส ซึ่งดูเหมือนเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว สำหรับการใช้งานโดยทั่วไปแล้ว รุ่น P55A กับ P55 ไม่มีอะไรต่างกันนัก อาจจะเป็นเพราะว่าหนึ่งตัวผมเองไม่มีฮาร์ดดิสก์ที่เป็น USB3.0 มาลอง และไม่มีงบไปซื้อฮาร์ดดิสก์ที่เป็น SATA3.0 มาลอง แต่สำหรับผู้ใช้ที่กำลังมองคอมพิวเตอร์ใหม่ รุ่น P55A และ P55 ไม่ได้ต่างกันมาก และ P55 เองก็คงหาซื้อยากแล้ว ก็น่าจะลองใช้ตัว P55A แทน เพื่อเตรียมที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตต่อไป และในอีกไม่ช้าภายในครึ่งปีนี้ การตัดสินใจการซื้อเมนบอร์ดที่มี USB3.0 และ SATA3.0 น่าจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง
{linkr:related}













