รีวิว Mainboard Gigabyte P55A-UD3P
รีวิว Mainboard Gigabyte P55A-UD3P
อีกหนึ่งเมนบอร์ดคุณภาพจาก Gigabyte ที่คุณไม่ควรพลาด
ในช่วงนี้ดูเหมือนว่าบริษัท Intel ได้ออกชิปเซ็ตออกมาแบบไม่มีคู่แข่ง ที่ผมพูดอย่างนี้ก็เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้ CPU Intel ยังสามารถใช้กับเมนบอร์ดที่มีชิปเซ็ตหลากหลาย เช่น ATI , Nvidia และ VIA เป็นต้น แต่ในตอนนี้สถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป โดย AMD ได้ซื้อ ATI และทำให้ Intel โดยธรรมชาติก็ไม่อยากใช้ชิปเซ็ตของคู่แข่งอย่าง AMD จึงกำจัดชิปเซ็ตตัวเลือกออกไปหนึ่งค่าย แต่ทุกวันนี้ เราก็ยังเห็นในโน๊ตบุ๊คหลายรุ่นที่ใช้ชิปเซ็ต Intel แต่ใช้การ์ดจอ AMD อยู่เป็นจำนวนมาก ส่วน NVidia ระยะหลังก็ไม่ได้ทำเมนบอร์ดออกมา ผมคิดว่าเป็นเพราะทางบริษัทมีปัญหาตรงที่เทคโนโลยีตาม ATI ไม่ทัน เลยมุ่งมั่นที่จะตามให้ทันก่อนที่จะทำเมนบอร์ดใหม่ ซึ่งอันนี้จริงหรือไม่ต้องรอดูกันต่อไป ส่วน VIA ก็ไม่ได้ผลิตเมนบอร์ดให้กับ Intel มานานแล้ว ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะทาง Intel ไม่อยากให้ VIA ขายเมนบอร์ดแข่งในรุ่นที่มีราคาถูก ดังนั้นเมื่อซื้อ CPU Intel จึงจำเป็นที่จะต้องใช้เมนบอร์ดที่เป็น Intel ไปด้วย สำหรับซ็อคเก็ต LGA1556 แล้วชิปเซ็ต P55 ถือว่าเป็นชิปตัวแรกที่ออกมาพร้อมกับ CPU และหลังจากนั้นก็ได้มีชิปเซ็ตตัวอื่นๆ เช่น Q57, P57, H57 และ H55 แต่ตัวอื่นที่ไม่ใช่ P55 นั้นเน้นไปที่การใช้การ์ดจอแบบออนบอร์ด ซึ่งจะทำให้การติดต่อระหว่างการ์ดจอออนบอร์ดและชิปเซ็ตเร็วขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม P55 ยังเป็นชิปเซ็ตที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ต้องการใช้การ์ดจอออนบอร์ด เพราะถ้าสำหรับผู้ใช้ที่เคยใช้การ์ดจอออนบอร์ดของ Intel ก็น่าจะทราบดีว่าการ์ดจอออนบอร์ด Intel นั้นจะไม่ค่อยเหมาะสำหรับเล่นเกมนัก เพราะมักจะมีปัญหาเล่นเกมไม่ได้ จะมีเฉพาะเกมส์ดังๆ ไม่กี่เกมที่เล่นได้ รวมถึงการ์ดจอ Intel ไม่ค่อยอัพเดตไดรว์เวอร์เท่ากับการ์ดจอ Nvidia และ ATI โดยเฉพาะ ATI นั้นผู้ใช้การ์ดจอออนบอร์ดสามารถอัพเดตไดรว์เวอร์ได้เกือบทุกเดือน เพราะเวลามีไดรว์เวอร์สำหรับการ์ดจอแยก ก็จะมีไดรว์เวอร์ใหม่ๆ สำหรับการ์ดจอออนบอร์ดด้วยเช่นกัน นี่เป็นเหตุผลที่แพลตฟอร์ม AMD ได้เปรียบ Intel เมื่อพูดถึงการ์ดจอออนบอร์ด ผู้ที่จะใช้ชิปเซ็ตP55 คือผู้ที่ต้องการความเร็ว มากกว่า CPU ของ AMD เพราะ CPU Core i3, i5 และ i7 จะเร็วกว่า AMD แต่ไม่อยากเสียเงินซื้อ CPU i7 บนซ็อคเก็ต LGA1366 เพราะบอร์ดแบบนี้มักมีราคาแพงมาก สำหรับ P55 นั้นราคาบอร์ดจะอยู่ราวๆห้าพันบาท และ CPU ก็มีหลายราคาที่ยังสามารถจ่ายได้ กลุ่มผู้ใช้เหล่านี้ เมื่อซื้อ CPU Intel แล้วจำเป็นต้องเลือกการ์ดจอแยก จึงต้องใช้ชิปเซ็ต P55 ถ้าอยากเล่นเกม P55 จึงมีหลายเวอร์ชั่นที่ออกมาสู่ตลาด ซึ่งในตอนนี้มี P55 รุ่นปรับปรุงใหม่ที่ออกมา โดยเพิ่มความสามารถทางด้าน USB3.0 และ SATA 3.0 เมนบอร์ด P55 ที่จะกล่าวถึงในบทความนี้คือรุ่น P55A-UD3P ซึ่งเป็นรุ่นที่เล็กกว่า UD4P ที่เคยกล่าวมาแล้ว
เมนบอร์ด P55 กับซีพียู i5 เป็นซีพียูซ็อคเก็ต 156 โดยที่เมนบอร์ดและซีพียู core i5 ที่มุ่งตลาดผู้ใช้ระดับรองจาก core i7 ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้แรมสามแถว หรือซีพียูราคาเกินหมื่น สำหรับผู้ใช้ที่จะซื้อเมนบอร์ด P55 กับ core i5 สามารถเลือกเมนบอร์ดได้หลากหลายรุ่น เกินสิบรุ่นก็ว่าได้ ซึ่งล้วนมาจากซิปเซ็ต P55 ทั้งสิ้น ซึ่งต่างจากเมนบอร์ด i7 โดยสิ้นเชิง เพราะมีอยู่ให้เลือกเพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้น นอกจากนี้ความพิเศษของการเพิ่ม USB 3.0 และ SATA 3.0 ที่อยู่ในบอร์ด P55A มุ่งให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมในการใช้เทคโนโลยีล่าสุด USB3.0 ยังเป็นมาตรฐานที่ไม่แพร่หลาย ถึงแม้ว่ายังมีอุปกรณ์ที่เป็น USB 3.0 ค่อนข้างน้อย ต่างจากเมื่อ USB 1.0 เปลี่ยนเป็น USB 2.0 แต่ผู้ใช้ USB3.0 จะได้เห็นความแตกต่างเมื่อมีการถ่ายโอนข้อมูลที่ทำได้อย่างรวดเร็ว อุปกรณ์ที่จะได้เปรียบในการเปลี่ยนมาใช้ USB3.0 คือฮาร์ดดิสก์และแฟลชไดรว์ ก็คงอีกไม่นานนักที่เราจะเห็นแฟลชไดรว์และฮาร์ดดิสก์ที่มีสายต่อเป็น USB3.0 ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ อย่างเม้าส์ คีย์บอร์ด พัดลม หรืออุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ การเพิ่มการติดต่อด้วยความเร็วสูงขึ้นอาจไม่มีผลเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าจะไม่มีการนำ USB3.0 เข้ามารวมในชิปเซ็ต พวกเมนบอร์ด P55 รุ่นใหม่ก็ได้เพิ่มชิป USB3.0 เข้าไปในเมนบอร์ด โดยในตัวชิปนั้นได้ผลิตจาก NEC ซึ่งเหมือนครั้งที่ USB2.0 ออกมาใหม่ก็เป็นชิปของ NEC วางอยู่บนเมนบอร์ดเช่นเดียวกัน ชิป SATA3.0 จากค่าย MARWELL ก็รวมอยู่ในเมนบอร์ดเช่นเดียวกันเพื่อให้ SATA ที่ต่อกับชิปนั้นสามารถเชื่อมต่อได้เร็วขึ้น พูดได้เลยว่าเมนบอร์ดรุ่น P55 ที่มี USB3.0 และ SATA3.0 เหมือนเป็นสะพานระหว่างเมนบอร์ดรุ่นนี้กับรุ่นต่อไป เพราะทั้ง SATA3.0 และ USB3.0 จะมีมาพร้อมกับชิปเซ็ต ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องใส่ชิปเซ็ตเพิ่มเข้าไป แต่ในเวลานี้ถ้าจะซื้อเมนบอร์ด ก็น่าจะเลือกซื้อรุ่นที่รองรับสิ่งที่กำลังจะแพร่หลายในอนาคตจะดีกว่า
รูปที่ 1 เมนบอร์ด P55A-UD3P จาก Gigabyte
หน้ากล่องเมนบอร์ดจะมีโลโก้ เลข 3 ถึง 3 ตัวในกรอบสี่เหลี่ยม เพื่อย้ำให้เห็นชัดๆ ว่าเมนบอร์ดรุ่นนี้ต่างจากรุ่นอื่นๆ คือ USB 3.0 ซึ่งมีความเร็วประมาณ 5Gbps มากกว่า USB2.0 หลายเท่าซึ่งมีความเร็ว 480Mbps นอกจากนี้มาตรฐาน USB3.0 ยังไม่หยุดนิ่ง และอาจเพิ่มมากว่า 5Gbps ด้วย สำหรับ 3 ตัวต่อไป คือ การจ่ายไฟมากกว่าเดิม 3 เท่า ซึ่งมาได้โอกาสที่เหมาะสมเพราะสำหรับผู้ที่ซื้อ iPad ที่ต้องการกระแสสูงกว่าปกติในการชาร์จ iPad โดย Gigabyte เป็นผู้ผลิตเจ้าแรกๆ ที่ออกมาประกาศว่าเมนบอร์ดรุ่นใหม่มากกว่า 40 รุ่นสามารถชาร์จ iPad ได้ รวมถึงเมนบอร์ดตัวที่เราพูดถึงในวันนี้ ซึ่งเป็นข่าวที่บริษัทออกมาประกาศ แต่ส่วนตัวแล้วยังไม่มีโอกาสได้ลอง iPad ของจริงเลย ฟีทเจอร์เกี่ยวกับการชาร์จไฟนั้นยังมีข้อดีอยู่อีกข้อหนึ่งคือพอร์ต USB เป็นแบบ On-Off ชาร์จ ซึ่งสามารถชาร์จ iPhone, iPad และ iPod touch โดยที่ถึงแม้ว่าคอมพิวเตอร์ของเราจะอยู่ในสภาวะจำศีล หรือปิดอยู่ (แต่ยังเสียบปลั๊กไฟไว้) เพราะเมนบอร์ดมีกระแสแสตนด์บายพอที่จะชาร์จอุปกรณ์เหล่านี้ได้ นอกจากเลข 3 ที่อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมทั้ง 3 ตัวแล้ว ตัวเมนบอร์ดเองก็ยังรักษามาตรฐานเดิม ที่มีฟีทเจอร์หลักคือ Ultra Durable 3 หมายความว่าตัวเมนบอร์ดใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพ เช่น ตัวคาปาซิเตอร์ที่ผลิตจากญี่ปุ่น มอสเฟตแบบประหยัดพลังงาน รวมถึงโช้คและจำนวนทองแดงที่มีมากถึง 2 ออนซ์ต่อเมนบอร์ด
รูปที่ 2 หน้าตาเมนบอร์ด ออกโทนฟ้าขาวเย็นตา
ข้อแตกต่างเมนบอร์ดรุ่น UD3P และ UD4P สิ่งแรกที่มองเห็นได้บนเมนบอร์ดคือไม่มี SLI จะมีเฉพาะ Cross fire เท่านั้น อีกอย่างที่ดูออกได้เลยคือ จำนวน PCI Express x1 น้อยกว่า UD4P 1 พอร์ต แต่มี PCI ธรรมดาเพิ่มมาแทนที่ และที่ต่างอีกอย่างคือไม่มีฮีทซิงค์และฮีทไปป์ ที่อยู่ตรงกลางเมนบอร์ด นอกจากนั้นจะเห็นพอร์ต SATA วางในแนวตั้ง ซึ่งจะดึงสายเข้าออกง่ายกว่า แต่สายจะเกะกะหน่อยถ้าเสียบการ์ดจอยาวๆ แต่ถ้าวางในแนวนอน จะเสียบยากมากเพราะมีปัญหาเรื่องการมองขณะเสียบสาย แต่ไม่มีปัญหาเรื่องการ์ดจอยาว
รูปที่ 3 หมดปัญหาเรื่องการ์ดจอ
สำหรับแผงหลัง จะมีส่วนที่หายไปคือพอร์ต FireWire แต่สำหรับผมก็ไม่ได้ทำให้เดือดร้อนเท่าไหร่ เพราะไม่ได้ใช้มานานมากแล้ว และถ้าสังเกตว่าปัจจุบันนี้ก็แทบจะไม่มีอุปกรณ์ที่ใช้พอร์ตนี้ จึงไม่ใช่สิ่งสำคัญที่จะต้องมีในเมนบอร์ดอีกต่อไป อีกสิ่งหนึ่งที่หายไปคือพอร์ตแลนพอร์ตที่สอง สำหรับผู้ใช้ทั่วไปการมีพอร์ตแลนพอร์ตเดียวก็เพียงพอแล้ว นอกจากสิ่งที่ได้กล่าวมาแล้ว ก็ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากรุ่น UD4P โดยรวมแล้วบอร์ด UD4P จะแน่นกว่า
รูปที่ 4 แผงหลังของเมนบอร์ด
รูปที่ 5 อุปกรณ์ที่มาในกล่อง
สำหรับของที่มากับเมนบอร์ดจะกล่าวได้ว่าเป็นความใจกว้างของ Gigabyte อย่างยิ่งที่ให้สาย SATA มาเพียบต่างจากเจ้าอื่นที่ค่อนข้างจะขี้เหนียว แต่จะว่าไปแล้วผมเองก็มีฮาร์ดิสก์แค่ตัวเดียว ที่เหลือก็ไม่รู้จะเอามาทำไมเยอะ ส่วนแผ่นปิดหลังก็มีสีสันสวยงานชัดเจน ทำให้ง่ายต่อการเสียบสาย สำหรับสาย IDE แบบเก่า นั้นผมว่าไม่ต้องแถมมาก็ได้ เพราะคนที่ใช้เมนบอร์ดรุ่นนี้จะใช้อะไรที่เป็น IDE ทำไมกัน
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาคอมพิวเตอร์ใหม่หรือการอัพเกรดหากต้องการประหยดงบประมาณลงมาอีกหน่อย ก็สามารถปรับลดราคาลงแทนที่จะเลือก UD4P ก็หันมาใช้UD3P ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพราะพูดถึงการทำงานแล้วไม่ได้แตกต่างกันเลย ทั้งสองรุ่นนี้เราก็ได้ USB3.0 และ SATA3.0 ซึ่งเป็นจุดเด่นเป็นอย่างมากอยู่แล้ว แต่ที่เห็นอย่างชัดเจนคือ UD3P อาจจะร้อนกว่า เพราะไม่มีฮีทไปป์ จึงอาจจะโอเวอร์คล็อคสู้ UD4P ไม่ได้ แต่นั่นแหล่ะครับ จ่ายน้อยกว่า ก็ได้น้อยกว่า เป็นสัจจะธรรมอยู่แล้วสำหรับโลกไซเบอร์ครับ
พีรพนธ์ อนุสารสุนทร
{linkr:related}













